พิธีกรรมการโจลมะม๊วด

jamuak

“โจลมะม๊วด” 

หากเจ็บไข้ได้ป่วยโดยหาสาเหตไม่ได้ ชาวไทยเชื้อสายเขมรเชื่อว่า การจัดพิธีโจละมะม๊วด จะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยนั้นได้ ซึ่งถ้าเทียบกับปัจจุบันแล้วพิธีกรรมนี้อาจไม่ต่างอะไรกับดนตรีบำบัด

พิธีโจละมะม๊วดหรือการใช้เสียงดนตรีกันตรึมมารักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นประเพณีที่ชาวไทยเชื้อสายเขมรยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแก่ชีวิต โดยจะจัดขึ้นในช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยวไปจนถึงก่อนฤดูทำนาจะเริ่มต้นอีกครั้ง

jola1

ที่มาของประเพณีนี้เริ่มจากสมัยก่อนวิทยาการทางด้านการแพทย์การรักษายังไม่ก้าวหน้า ชาวไทยเชื้อสายเขมรมีความเชื่อในเรื่องของดวงวิญญาณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ  ภูติผีปีศาจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเกิดมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยโยที่หาสาเหตุไม่ได้ ก็จะเชื่อว่าเกิดจากการกระทำวิญญาณชั่วร้าย หรือถูกคุณไสย หรือคนป่วยอาจจะไปลบลู่ดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ทำให้ ทางแก้คือ การจัดพิธีที่เรียกว่า โจละมะม๊วด

ในพิธี จะประกอบด้วย แม่หมอ ที่ทำหน้าที่สื่อกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย คุณไสย หรือขอขมาลาโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ป่วยได้ล่วงเกินไป และเครื่องดนตรีที่เรียกว่าวงกันตรึมเป็นสื่อในการประกอบพิธี บูชาครูและสร้างขวัญและกำลังใจ

นอกจากนี้จะต้องมีสิ่งของอื่นๆ ที่ใช้ในพิธีกรรมนี้อีกด้วย เช่น เครื่องเซ่นสังเวย และเครื่องบวงสรวง ๒ ชุด แทนดวงวิญญาณที่เป็นตัวแทนของเพศชาย และแทนดวงวิญญาณที่เป็นตัวแทนของฝ่ายหญิงอีก ๑ ชุด พร้อมดอกไม้ ธูปเทียน อาวุธ ๑ เล่ม ข้าวสาร ๑ ขัน นางรำ

พิธีกรรมจะเริ่มจาก เมื่อดวงวิญญาณเข้าประทับร่างแม่หมอเรียบร้อยแล้ว นักดนตรีวงกันตรึมก็จะเริ่มบันเลงเพลงในจังหวะที่เร่งเร้า  นางรำจะมีอาการเคลิบเคลิ้มก่อนที่จะลุกขึ้นฟ้อนรำเพื่อบูชาครูบาอาจารย์ เทวดาฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการอ้อนวอนให้ช่วยดลบันดาลให้ผู้ป่วยหายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งในการจัดพิธีแต่ละครั้ง ผู้ที่เข้าร่วมพิธีจะผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปฟ้อนรำ บางครั้งกินเวลาข้ามวันข้ามคืน

jola2 jola3

เชื่อกันว่าใครที่มีโอกาสเข้าร่วมพิธีโจละมะม๊วดจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งถ้ามองอย่างวิทยาศาสตร์แล้ว การที่นางรำจะมีร่างกายแข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็ง อายุยืนยาวได้นั้น มาจากการออกกำลังกาย  การฟ้อนรำก็เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันถึงแม้ว่าวิทยากรทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปไกลมาก ไม่มีผู้ป่วยที่จะต้องรักษาด้วยเสียงกันตรึมอีกแล้วก็ตามแต่ชุมชนบางชุมชนก็ยังคงอนุรักษ์ประเพณีเอาไว้ในฐานะ พิธีบูชาครูบาอาจารย์ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดวงวิญญาณบรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลแด่ทุกคนในครอบครัว