ประเพณีไหลเรือไฟ

ประเพณีไทย ประเพณีไหลเรือไฟ
ประเพณีไหลเรือไฟ งานไหลเรือไฟออกพรรษา
ในคืนวันออกพรรษา จังหวัดทางภาคอีสานที่ติดกับลุ่มน้ำมูล ชี และโขง จะมีประเพณีการปล่อยเรือไฟไหลไปตามลำน้ำ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในชื่อว่า ประเพณีไหลเรือไฟ หรือในภาษาถิ่นจะเรียกว่า เฮือไฟ  โดยจะจัดขึ้นในคืนวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑  ของทุกปี นอกจากสะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาในพระพุทธศาสนานของชาวบ้านแล้ว ยังเแสดงถึงความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนเดียวกันอีกด้วย 
ซึ่งแต่ละท้องถิ่นก็จะมีคติความเชื่อเกี่ยวกับการไหลเรือไฟคล้ายๆ กัน นั่นคือ การไหลเรือไฟเพื่อเป็นการสักการะบูชาสิ่งที่เคารพนับถือ เช่น เพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชารอยพระพุทธบาท บวงสรวงพระธาตุจุฬามณี การขอขมาแม่พระคงคาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไปในแม่น้ำลำคลอง  บรวงสรวงต่อพญานาค บางแห่งเชื่อว่าการไหลเรือไฟเป็นการสะเดาะเคราห์ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกไปจากตนเองและครอบครัว บ้างก็เชื่อว่าการไหลเรือไฟจะทำให้ปีต่อๆ ไปฝนตกต้องตามฤดูกาล ด้วยเหตุนี้ สมัยก่อนแต่ละหมู่บ้านก็จะร่วมกันสร้างเรือไฟขึ้นมาสำหรับหมู่บ้านหรือชุมชนของตนเองก่อนจะนำมารวมกันที่ลำน้ำ
ประเพณีไหลเรือไฟ เรือประกอบไปด้วยไม้ไผ่ กับผ้าชุบน้ำมันยาง
เรือไฟเป็นไม้ไผ่อันเล็กๆ มัดให้เป็นลายตามที่ต้องการ แล้วใช้ผ้าเก่าๆ มาฉีกเป็นริ้ว ชุบน้ำมันยาง

เรือไฟที่ใช้จะเป็นเรือที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นจากต้นกล้วยและไม้ไผ่ เรือจะแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือส่วนทุ่นหรือส่วนที่ลอยน้ำได้จะใช้ไม้ที่ลอยน้ำได้มาผูกเป็นแพ  กับส่วนที่ขึ้นโครงเป็นแผงผูกขี้ไต้ น้ำมันยางชุบเศษผ้า หรือเชื้อไฟให้เป็นรูปร่างต่างๆ  โดยมากแล้วรูปร่างหรือลวดลายที่ทำออกมาก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาหรือพุทธประวัติ  มีการนำของกิน ของใช้ เสื้อผ้า ขนม ข้าวต้มมัด กล้วย อ้อย หมากพลู บุหรี่มาใส่ไว้ในเรือ พร้อมกับนำดอกไม้ ธูป เทียน มีการตัดเล็บ ตัดผมใส่ลงไปด้วยเพื่อเป็นการลอยเคราะห์ ลอยโศกไปด้วย เมื่อจุดไฟที่แผงดังกล่าว เปลวไฟจะลุกเป็นรูปร่างตามโครงที่ผูกขึ้น ก่อนจะจุดไฟและปล่อยเรือล่องไปตามแม่น้ำ

ก่อนที่จะถึงเวลาปล่อยเรือล่องไปตามลำน้ำในช่วงกลางคืน  ในช่วงเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านก็จะแห่ขบวนเรือของแต่ละหมู่บ้าน (เรียกกันว่าคุ้ม) ไปรวมกันที่กลางหมู่บ้าน และประกวดขบวนเรือกัน ตอนค่ำจะมีพิธีพราหมณ์หรือพิธีสงฆ์มาเป็นผู้นำกล่าวบทสวด และนำเรือมาปักธูปเทียน ดอกไม้ แล้วนำไปปล่อยลอยที่แม่น้ำ

ปัจจุบันประเพณีไหลเรือไฟเริ่มที่จะมีการประกวดประขันกันในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ลวดลายบนเรือไฟกันมากขึ้น  มีลูกเล่นแปลกตามาเรียกคะแนนผู้ชม ปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้เพื่อให้ลอยน้ำและจุดไฟได้นานขึ้น เช่น การหันมาใช้เรือจริงๆ แทนต้นกล้วย ใช้ผ้าชุบน้ำมันเชื้อเพลิงแทนการใช้น้ำมันยางแบบสมัยก่อน

ประเพณีไหลเรือไฟ จัดช่วงออกพรรษาทางภาคอีสาน