ประเพณีวิ่งควาย

kuay

ประเพณีวิ่งควาย

ตั้งแต่โบราณมา กระบือหรือควายเป็นสัตว์ที่มีบุญคุณกับชาวนา ไถนา ทำงานในท้องนามาอย่างเหน็ดเหนื่อยหลายเดือน เพื่อเป็นการตอบแทนความดีของควาย เมื่อถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ชาวนาจะช่วยกันอาบน้ำ แต่งตัวให้ควายของตัวเองจนสวยงามด้วยผ้าแพรและลูกปัด เพื่อเป็นการทำขวัญควาย หยุดงานในนาแล้วจูงควายเข้าเมืองมาเพื่อให้ควายได้พักผ่อน และได้พบปะสังสรรค์ เลี้ยงดูควายอย่างดี จัดให้มีการแข่งวิ่งควายที่จัดสืบเนื่องมากว่า ๑๐๐ ปี เกิดเป็นประเพณีวิ่งควายประจำจังหวัดชลบุรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปไกล

ประเพณีวิ่งควาย เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของจังหวัดชลบุรี และเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่จัดมายาวนานกว่า ๑๐๐ ปี  โดยจะจัดงานก่อนวันออกพรรษา ๑ วัน หรือวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑

ประเพณีไทย ประเพณีวิ่งควาย

ที่มาของประเพณีนี้ เริ่มจากในช่วงก่อนวันออกพรรษา ชาวนาจะนำผลผลิตทางการเกษตรบรรทุกใส่เกวียนเทียมควายมาขายที่ตลาด ระหว่างที่ค้าขาย ก็จะจูงควายไปผูกไว้ที่ลานกว้างในบริเวณวัด บางก็จูงมาอาบน้ำล้างตัว เมื่อควายหลายตัวมาอยู่รวมกัน เจ้าของควายก็มีการอวดควายของตนเองกันว่าควายของใครอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีกว่ากัน และมีการแข่งขันวิ่งควายเพื่อประลองกำลังของควายแต่ละตัว

บางก็เชื่อว่า ครั้งหนึ่งควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ช่วยงานเกิดล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นจำนวนมาก มีพระธุดงค์รูปหนึ่งผ่านมาพอดี จึงแนะนำให้ชาวนาจัดพิธีบูชาเทพเจ้าประจำเมืองขึ้น และขอให้เทพเจ้าช่วยให้ควายหายป่วย หลังจากนั้นควายก็หายป่วย ชาวบ้านจึงนำควายออกมาวิ่งเพื่อเป็นการแก้บน และกลายเป็นประเพณีที่จะต้องจัดขึ้นทุกปีหลังสิ้นฤดูเพาะปลูกทำนาแล้ว

ในระยะแรกที่จัดประเพณีวิ่งควายขึ้น กติกามีเพียงการบังคับให้ควายวิ่งในระยะทางที่กำหนด มีกฏอยู่ว่าคนขี่จะต้องอยู่บนหลังควายเท่านั้น ห้ามตกลงมาก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มมีการแต่งเนื้อแต่งตัวให้ควายอย่างสวยงาม จากนั้นเจ้าของควายก็จะนำควายมาวิ่งแข่งกันโดยมีคนบังคับอยู่บนหลังควาย