ประเพณีบุญข้าวหลาม

R1

ประเพณีบุญข้าวหลาม  อาจเป็นภาพแปลกตาสำหรับคนต่างถิ่นที่จะเห็นผู้คนนำข้าวหลามมาทำบุญที่วัดในวันมาฆบูชา แต่สำหรับชาวลาวเวียงและลาวพวน ชาวไทยเชื้อสายลาวที่อพยพจากเวียงจันทน์เข้ามาอาศัยในอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเซิงเทราตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๓ แล้ว   เป็นเรื่องชินตาที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายรุ่น และประเพณีนี้เกิดขึ้นเฉพาะที่วัดหนองบัว วัดหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเซิงเทราเท่านั้น

ก่อนถึงวันมาฆบูชา (๑๕ ค่ำ เดือน ๓) จะเป็นช่วงที่ชาวไทยเชื้อสายลาวในพนมสารคามซึ่งมีอาชีพทำนา เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ชาวนาจะได้ข้าวรุ่นแรกของแปลงซึ่งมีกลิ่นหอมชวนทาน เมื่อรวมกับความเชื่อที่ว่าการได้ถวายข้าวใหม่แด่พระภิกษุสงฆ์แล้วเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัว  ชาวไทยเชื้อสายลาวในพนมสารคามจึงมีการนำข้าวที่เก็บเกี่ยวได้เป็นครั้งแรกนำมาทำข้าวหลามและขนมจีนถวายพระภิกษุสงฆ์  จนกลายมาเป็นประเพณีบุญข้าวหลามที่ปฏิบัติสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น

ชาวบ้านจะออกไปตัดไม้ไผ่สีสุกมาทำกระบอกข้าวหลาม กรอกข้าวเหนียวที่ผสมกะทิเรียบร้อยแล้ว ใส่กระบอกกแล้วนำไปเผาไฟ โดยจะขุดดินบนลานโล่งเป็นรางตื้นๆ  ตั้งกระบอกข้าวหลาม แล้วก่อกองไฟขนานไปกับกระบอกกข้าวหลาม บางบ้านจะใช้ต้นไม้ที่ล้มแล้วทั้งต้นมาจุดไฟเผาเป็นเชื้อเพลิงเผาข้าวหลาม

370429

เริ่มเผาข้าวหลามที่ลานบ้านล่วงหน้าก่อนวันมาฆบูชา ๑ วัน วันรุ่งขึ้นจะนำข้าวหลามที่เผามาทั้งคืนถวายพระภิกษุสงฆ์ ช่วงสายๆ จะพากันเดินขึ้นเขาดงยาง ระยะทาง ๖ กิโลเมตร เพื่อปิดทองรอยพระพุทธบาทบนเขาดงยาง ซึ่งเส้นทางไปเขาดงยางจะต้องผ่านบ้านหัวสำโรง ซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายกัมพูชามาตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ประเพณีแพร่หลายไปสู่ชาวบ้านหัวสำโรง เกิดเป็นประเพณี “ขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” สืบต่อกันมา

สิ่งที่แฝงมากับประเพณีบุญข้าวหลามนอกจากการชักจูงให้ผู้คนเข้าวัดทำบุญทำกุศลกันแล้ว ยังเป็นโอกาสพิเศษที่พี่น้องชาวลาวที่อพยพเข้ามาแล้วแยกย้ายกันไปได้กลับมารวมตัวกัน ญาติสนิทมิตรสหายที่ไม่ได้พบหน้ากันนานๆ ก็จะได้กลับมาพบหน้ากันอีกด้วย