ประเพณีตักบาตรธูปเทียน

ตักบาตรธูปเทียน

ประเพณีตักบาตรธูปเทียน ภาพพระภิกษุสงฆ์จำนวนมากต่างพากันมากราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราชในวันเข้าพรรษาเมื่อครั้งที่ยังไม่มีพระภิกษสงฆ์จำวัดอยู่ ทำให้พุทธศาสนิกชนที่ได้พบเห็นเกิดเลื่อมใสศรัทธา พากันแบ่งธูปเทียน ดอกไม้ที่เตรียมมาสักการะบูชาพระบรมธาตุ ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์เป็นเครื่องสักการะบูชาพระบรมธาตุ เกิดเป็นประเพณีปฏิบัติของชาวนครศรีธรรมชาติที่เรียกว่า ประเพณีตักบาตรธูปเทียนคู่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมาช้านาน

เมื่อถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ หรือวันเข้าพรรษาของทุกปี เวลาบ่ายคล้อย  ชาวนครศรีธรรมราชที่นับถือศาสนาพุทธจะพร้อมใจกันมาชุมนุมรวมกันที่ลานวัดพระมหาธาตุฯ เพื่อทำศาสนกิจสำคัญร่วมกัน นั่นคือ การตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ แต่สิ่งที่นำมาตักบาตรคือดอกไม้ธูปเทียนแทนที่จะเป็นสิ่งของข้าวปลาอาหารอาหารแห้งเหมือนการตักบาตร์ทั่วไป  โดยพระภิกษุสงฆ์ทั้งจากวัดพระมหาธาตุฯ และวัดอื่นๆ จะมารับบิณฑบาตรดอกไม้ธูปเทียนเป็นแถวยาว

South-pic2

หลังจากตักบาตรธูปเทียนแล้วก็จะพากันไปจุดเปรียง หรือจองเปรียง หรือพิธีจุดโคมรับเทพเจ้าของศาสนาพราหมณ์หน้าพระพุทธรูป และฐานเจดีย์ทุกฐานในวัด  โดยเปรียงที่ว่านี้ ก็คือ ภาชนะเล็กๆ บรรจุน้ำมันสัตว์หรือน้ำมันมะพร้าวลงไป แล้วนำด้ายดิบใส่ลงไปเพื่อใช้จุดไฟ ก่อนจะนำไปวางไว้ตามมุมต่างๆ สร้างความสว่างไสวเรืองรองไปทั่ววัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

ความสำคัญของประเพณีตักบาตรธูปเทียนของชาวนครศรีธรรมราชนั้นเกี่ยวข้องกับสัมพันธ์กันกับพุทธศาสนาโดยตรง เนื่องจากประเพณีตักบาตรธูปเทียนเป็นส่วนหนึ่งในการถวายสังฆทานที่ชาวพุทธถือปฏิบัติกันในวันเข้าพรรษา กล่าวคือ เป็นการถวายธูปเทียนแด่พระภิกษุสงฆ์ไว้ใช้บูชาพระรัตนตรัยตลอดช่วงเข้าพรรษาเป็นเวลา ๓ เดือน นอกเหนือจากเครื่องอัฐบริขาร ผ้าอาบน้ำฝน ดั่ง เตียง ตะเกียง ยาและอาหารแห้ง และประเพณีที่ไม่ได้จำกัดแต่เฉพาะพระภิกษุสงฆ์ที่จำวัดอยู่ที่วัดมหาธาตุฯ เท่านั้น แต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงวัดใกล้เคียงอีกด้วย เนื่องจากในยุคแรกๆ มีประชาชนนำเครื่องสังฆทานมาถวายมากมายจนพระภิกษุสงฆ์ใช้ไม่หมด จึงมีการอาราธนาพระภิกษุสงฆ์จากวัดอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงให้เข้ามารับบิณฑบาตรร่วมกัน