ประเพณีการเดินเต่า

ประเพณีไทย ประเพณีการเดินเต่า


หากย้อนกลับไปในอดีต ตามชายหาดของทะเลฝั่งอันดามันที่มีแนวหาดทอดตัวยาว ในฤดูวางไข่ของเต่าทะเล จะมีแม่เต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บนชายหาดเป็นจำนวนมาก ถือเป็นช่วงการเริ่มต้นของประเพณีเดินเต่า หรือการเดินหาไข่เต่าของชาวประมงในแถบฝั่งทะเลอันดามันของไทย (ปัจจุบันประเพณีนี้ถูกยกเลิกไปแล้วเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล)

ที่มาของประเพณีนี้มาจากวิถีชีวิต การดำรงชีพของชาวประมงชายฝั่งด้านทะเลอันดามันที่หาอาหารจากการจับสัตว์น้ำเป็นอาหาร ซึ่งในช่วงเวลานั้นตรงกับฤดูวางไข่ของเต่าทะเล แม่เต่าทะเลจะขึ้นมาวางไข่บนชายหาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดพังงา ที่มีชายหาดยาวร่วม ๑๐๐ กิโลเมตร  ทำให้ชายหาดกลายเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของชาวประมง

ในคืนวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ เป็นต้นไป (ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์) จะเป็นช่วงเวลาสำคัญของแม่เต่าทะเลที่จะขึ้นมาวางไข่ตามชายหาดต่างๆ ในแถบฝั่งทะเลอันดามัน โดยธรรมชาติของเต่าทะเลอย่างหนึ่งคือ มักจะขึ้นมาวางไข่ในจุดเดิมๆ เป็นประจำทุกปี ปีหนึ่งจะขึ้นมาวางไข่ประมาณ ๔ ครั้ง  และหลังจากวางไข่ครั้งแรกไปแล้ว ๑ – ๒  สัปดาห์  แม่เต่าตัวเดิมก็จะขึ้นมาวางไข่ซ้ำอีกครั้ง  ตำแหน่งอาจจะเคลื่อนออกไปเล็กน้อย

Image (1)

การเดินหาไข่เต่านั้นจะเริ่มกันในตอนกลางคืน ตั้งแต่ช่วงพลบค่ำไปจนถึงสว่าง ซึ่งหากเป็นคนที่ไม่ชำนาญ บางครั้งเดินหาทั้งคืนก็ไม่เจอหลุมไข่เต่าแม้แต่หลุมเดียว

ชาวประมงเก่าแก่บางคนจะมีเทคนิคการคำนวนช่วงเวลาแม่เต่าขึ้นมาไข่ที่เรียกกันว่า “ผูกเต่า” ที่อาศัยการสังเกตธรรมชาติของแม่เต่าทะเลก็จะทราบได้ว่าหลุมไข่เต่าอยู่ตรงไหน  สามารถคำนวนวันเวลาน้ำขึ้นน้ำลงเป็น จะสามารถคำนวนหาวันที่แม่เต่าจะขึ้นมาวางไข่ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ไม่ต้องออกตะเวนตามชายหาด แค่นั่งรออยู่กับบ้านเมื่อถึงเวลาก็เดินออกไปรอเก็บไข่เต่าในจุดนั้นได้เลย เช่น

การสังเกตดวงดาว โดยสังเกตจากดาวเต่า เมื่อไหร่ที่ดาวเต่าหันหัวลงทะเล คนโบราณเชื่อว่าแม่เต่าจะเริ่มขึ้นมาวางไข่ในช่วงเวลานี้  หรือให้สังเกตจากการขึ้นลงของน้ำทะเล หากน้ำทะเลขึ้นหรือลงเพียงครึ่งฝั่ง จะเป็นเวลาที่แม่เต่าขึ้นมาวางไข่

แต่การสังเกตหรือมองหาหลุมไข่เตานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถึงแม้ว่าจะรู้ดีว่าแม่เต่าจะขึ้นมาวางไข่ในจุดเดิมๆ ทุกปี (ยกเว้นว่าแม่เต่าถูกรบกวนก็จะมีการย้ายจุดวางไข่ไป) บางครั้งแม่เต่าก็จะทำหลุมหลอกไว้เช่นกัน การเก็บไข่เต่าจึงต้องอาศัยการสังเกตธรรมชาติของแม่เต่าหลายๆ อย่าง เช่น

แม่เต่าจะขึ้น และลงจากชายหาดคนละทาง จะไม่ขึ้นและลงในเส้นทางเดียวกัน โดยจะต้องสังเกตจากรอยคลานขึ้นจากทะเลของแม่เต่าที่จะทิ้งรอยตะกุยทรายไว้บนชายหาดเป็นทางยาวขึ้นไป และจะเห็นรอยสับขาเป็นทางยาวลงไปอีกทางหนึ่งเสมอ

สังเกตจากลักษณะทราย พื้นทรายที่ผิดปกติไป เช่น บริเวณหลุมไข่จะมีเศษทรายกระจายไปรอบๆ  ทรายที่ถูกขุดขึ้นมาเปียกจับตัวเป็นก้อนเล็กๆ หรือการทดสอบง่ายๆ เช่นการเอาไม้เสียบไปบนพื้นทรายประมาณ  2 ฟุต ที่สงสัยว่าจะเป็นหลุมวางไข่เต่า แทงลงไปง่ายหรือมีกลิ่นคาวติดปลายไม้ขึ้นมาก็สงสัยได้ว่าข้างล่างอาจจะเป็นหลุมวางไข่เต่า  หรือสังเกตดูว่าพื้นทรายตรงไหนที่มีแมลงวันตอม แสดงว่าตรงนั้นอาจจะเป็นหลุมวางไข่ เนื่องจากแมลงวันจะมาตอมคาวเมือกของเต่า

Image

แต่ถ้าทั้งสามวิธีใช้ไม่ได้ผลอีก ชาวบ้านก็จะมีวิธีสังเกตอีกวิธีหนึ่ง โดยชาวบ้านจะสังเกตพื้นทรายบริเวณที่มีไอหรือควันขึ้นในช่วงเช้าๆ  ไอหรือควันที่ว่านี้เกิดจากปฏิกริยาของไข่เต่าที่มีอุณหภูมิสูงกว่าทราย

ประเพณีเดินเต่าจึงเป็นประเพณีที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นในการพึ่งพาอาศัยอาหารจากธรรมชาติ แต่ปัจจุบันประเพณีนี้ไม่ได้มีการปฏิบัติสืบต่อกันอีกแล้วเพื่อเป็นการอนุรักษ์เต่าทะเลตามธรรมชาติ และถือว่าการเก็บไข่เต่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายต้องถูกดำเนินคดีทางกฏหมาย ปรับเปลี่ยนเป็นการอนุรักษ์เต่าทะเลแทน